ริกา (Latvia)

ลัตเวีย (Latvia) เป็นหนึ่งในสามประเทศเกิดใหม่หลังจากการล่มสลายของสหภาพโซเวียต ตั้งอยู่ริมทะเลบอลติก แต่คนไทยส่วนใหญ่มักส่ายหัวเมื่อได้ยินชื่อลัตเวีย เพราะชื่อนี้ยังไม่เป็นที่คุ้นหูนักของบรรดานักท่องเที่ยวชาวไทย แต่หากเราไปถามคำถามเดียวกันกับชาวยุโรป ส่วนใหญ่จะต้องยกนิ้วโป้งให้เลย เพราะลัตเวียเป็นประเทศที่น่าท่องเที่ยวเป็นที่สุด มีความสวยงามของสถาปัตยกรรมชนิดที่เรียกได้ว่าสามารถเดินกระทบไหล่เมืองดังอื่นๆในยุโรปได้อย่างไม่อายใคร โดยเฉพาะริก้า (Riga) เมืองหลวงของลัตเวีย เมืองที่ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลก เมืองที่ได้รับการคัดเลือกให้เป็นเมืองหลวงทางวัฒนะธรรมแห่งยุโรปเฉกเช่นเดียวกับเมืองกราซ (Graz) ของประเทศออสเตรีย หลังจากที่ได้รับเอกราชในการปกครองตนเองใหม่ๆ ผู้คนในลัตเวียนั้นยังมีชีวิตความเป็นอยู่ที่ไม่ค่อยมีคุณภาพนัก เพราะโดนโซเวียตข่มเหงเสียจนโงหัวแทบไม่ขึ้น เพาะปลูกอะไรได้ก็โดนขโมยส่งกลับไปให้โซเวียตหมด แต่คนลัตเวียมีฝีมือทางด้านการเล่นดนตรีเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะไวโอลินและดนตรีคลาสสิค เมื่อประเทศใดต้องการครูสอนดนตรีฝีมือดีไปสอนให้กับนักเรียนของตน ก็จะมาที่ลัตเวียแล้วก็คัดเลือกเอาตัวไป โดยค่าจ้างค่าออนนั้นก็ถูกกว่าการไปเอานักดนตรีระดับเดียวกันจากออสเตรีย เมื่อมีโอกาสได้มาท่องเที่ยวในริก้านั้น ท่านอาจจะนึกว่ากำลังนั่งเครื่องย้อนกาลเวลากลับไปสู่ยุคกลาง เพราะความสวยงามของสถาปัตยกรรมที่ปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้านั้น ถึงแม้ว่าจะเป็นศิลปะแบบอาร์ตนูโว (Art Nouveau) ซึ่งเป็นศิลปะในยุคค่อนข้างใหม่คือประมาณศตวรรษที่ 17 – 19 นี่เอง แต่ก็มีความงดงามอ่อนช้อย การตกแต่งโดยการใช้รูปปั้นนูนต่ำ หรือการแกะสลักเป็นรูปต่างๆก็ดูมีความสวยงามและน่าเกรงขามอยู่ในที ตัวเมืองเก่าริก้ามีแม่น้ำดากาวา

ออสโล

ออสโล (Oslo) เมืองหลวงของประเทศนอร์เวย์ เป็นเมืองใหญ่ที่มีประชากรอาศัยอยู่กว่าหกแสนคน และยังเป็นเมืองที่ได้รับการจัดอันดับไม่ว่าจะจากสถาบันใด หรือเมื่อไหร่ ก็เป็นเมืองที่ได้รับฉันทามติว่ามีค่าครองชีพสูงเป็นอันดับต้นๆของโลก ก็ไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจแต่อย่างใด เพราะประชาชนที่อาศัยอยู่ ณ ที่เมืองหลวงแห่งนี้ ต่างก็มีคุณภาพชีวิตที่ดี มีรัฐสวัสดิการที่รัฐบาลเอาใจใส่ดูแลประชาชน ถ้าหากมีโอกาสได้ไปเดินเล่นอยู่ใจกลางเมืองหลวง ก็จะมีความรู้สึกเสมือนว่าเรากำลังเดินอยู่ท่ามกลางป่าใหญ่ เพราะที่นี่ให้ความสนใจในการอาศัยอยู่ร่วมกับธรรมชาติ มีต้นไม้ร่มรื่นแทบจะทั่วทุกหัวระแหง สำหรับคนที่รักการปั่นจักรยานเป็นชีวิตจิตใจ ขอบอกเลยว่า หากได้ไปปั่นในสวนจักรยานฮาเฟลซักครั้ง รับรองว่าจะติดใจจนอยากจะกลับมาแล้วให้หน่วยงานที่ประเทศเราได้จัดทำสวนสวยอย่างนี้ขึ้นมาบ้าง แต่ปรากฏการณ์ใหม่ของออสโลที่ทำให้นักท่องเที่ยวต้องตื่นตาตื่นใจกันจริงๆ คงจะหนีไม่พ้นโรงละครโอเปร่าเฮาส์แห่งใหม่ของเมืองที่ได้รับการออกแบบมาได้อย่างสุดแสนจะวิจิตร โรงละครแห่งนี้ถูกออกแบบให้ดูเหมือนธารน้ำแข็งยักษ์โผล่ขึ้นมาจากน้ำ มีสะพานที่ลาดเอียงสีขาวโพลน เป็นภาพที่ใครๆ ก็ต้องชักภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก แต่ความตื่นเต้นจริงๆ นั้นอยู่ที่การได้ขึ้นไปเดินตามทางเดินที่ลาดเอียงไปบนหลังคาของโรงละครต่างหาก เพราะเรื่องแบบนี้ใช่ว่าเราจะพบเห็นได้ทุกวันเสียที่ไหน จากมุมสูงสุดของอาคารโอเปร่า เราสามารถชมวิวทิวทัศน์ของออสโลได้อย่างเต็มตา และสิ่งที่น่าประทับใจพอๆ กันกับตัวอาคารก็คือรูปปติมากรรมที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่ด้านหน้าของอาคาร ปติมากรรมที่มีชื่อว่า She Lies และเมื่อมาถึงออสโลทั้งทีก็ต้องไปแวะชมสวนสาธารณะที่สวยที่สุดของออสโลที่ชื่อว่า Vigeland Parken

ซาลซ์บูร์ก

ซาลซ์บูร์ก (Salzburg) หากท่านเป็นอีกคนหนึ่งที่ได้มีโอกาสดูภาพยนตร์เรื่อง Sound of Music ซึ่งเป็นเรื่องเกี่ยวกับเศรษฐีที่มีลูกหลายคน แต่สอนลูกมาแบบผิดๆ ลูกมีนิสัยแข็งกร้าว แต่ต่อมาได้จ้างพี่เลี้ยงที่เป็นผู้หญิงหน้าตาสะสวย นิสัยอ่อนน้อมน่ารักและเธอก็ได้เข้ามาอบรมบ่มนิสัยให้เด็กๆเสียใหม่ จนกลายเป็นคนจิตใจดีรักในเสียงเพลง เชื่อเหลือเกินว่าท่านจะต้องชอบในวิวทิวทัศน์ของสถานที่ๆใช้ถ่ายทำ เพราะเป็นสวนสวย ดอกไม้หลากสี มีฉากหลังเป็นภูเขา แม่น้ำที่งดงามเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งเมืองซาลซ์บูร์กนี่เองที่ผู้กำกับใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำภาพยนตร์เรื่องนี้ตลอดทั้งเรื่องจนทำให้เมืองมีชื่อเสียงโด่งดังไปทั่วโลก ดังขนาดไหน? ก็ดังขนาดที่มีบริษัททัวร์จัดให้มีการตามรอยภาพยนตร์ Sound of Music กันเลยทีเดียว เมืองซาลซ์บูร์กนั้นถ้าจะให้แปลตามตัวก็ต้องบอกว่าหมายถึงปราสาทแห่งเหมืองเกลือ อันเนื่องมาจาก ณ ที่แห่งนี้อุดมไปด้วยเหมืองเกลือซึ่งเมื่อสมัยยุคกลางนั้น เกลือมีค่ามากเสียกว่าทองคำด้วยซ้ำไป จึงทำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ที่นี่มีความกินดีอยู่ดี เข้าขั้นคนมั่งมีของประเทศกันเลย อาร์ชบิชอปผู้ครองนครจึงมีอำนาจบารมีเป็นอย่างมาก ใครๆก็ต้องพากันมาคารวะเพราะต้องการสมบัติที่ท่านครอบครองอยู่อย่างเกลือนี่เอง ป้อมโฮเฮนซาลซ์บูร์ก (Festung Hohensalzburg) เป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของอำนาจทางโลกของอาร์ชบิชอปเกบฮาร์ด ( Erzbischof Gebhard)

เฮลซิงกิ

เฮลซิงกิ (Helsinki) เมืองหลวงของประเทศฟินแลนด์ เมืองๆนี้ผ่านร้อนผ่านหนาวมามากพอสมควร ถ้าเป็นคน ก็ต้องเป็นคนที่มีประสบการณ์โชกโชน แรกเริ่มเดิมทีนั้นกษัตริย์ของสวีเดนทรงมีพระบัญชาให้สร้างเมืองเฮลซิงกิขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1550 เพื่อให้เป็นคู่แข่งกับเมืองทอลลินของเอสโทเนียที่อยู่ใกล้ๆกัน จากเดิมมีคนอาศัยอยู่แค่สี่พันคน แต่พอได้รับการยกฐานะขึ้นมาเป็นเมืองค้าขายที่สำคัญ ผู้คนก็เลยหลั่งไหลกันเข้ามา แต่ก็เหมือนโชคชะตาจะเล่นตลกกับเฮลซิงกิ เพราะมีการระบาดของกาฬโรคที่ติดมาจากเรือของชาวเอเชีย ส่งผลให้มีคนตายแทบจะหาที่ฝังไม่ได้ อีกทั้งยังเจอปัญหาสงครามกลางเมืองระหว่างฝ่ายซ้ายกับฝ่ายขวาซ้ำเติมเข้าไปอีก ก็เลยทำให้เมืองทั้งเมืองแทบล้มทั้งยืน สวีเดนเองก็เริ่มไม่อยากรับผิดชอบเพราะลำพังตัวเองก็แทบจะเอาตัวไม่รอดอยู่แล้ว ต้องขอขอบคุณพระจักรพรรดิอเล็กซานเดอร์ที่ 1 แห่งรัสเซีย Alexander I Emperor of Russia ที่เข้ามากอบกู้เฮลซิงกิที่กำลังทรุดหนัก เมื่อเข้ายึดครองเฮลซิงกิมาจากสวีเดนได้พระองค์ได้ทรงย้ายเมืองหลวงจาก ตุรกุ (Turku) ให้มาอยู่ที่เฮลซิงกิแทน แล้วก็ได้บูรณะบ้านเรือนขึ้นมาใหม่ทั้งหมดโดยให้สถาปนิกฝีมือดีของเยอรมันเป็นผู้รับผิดชอบโครงการนี้ Carl Ludwig Engel ซึ่งเองเกิลเองก็ไม่ได้ทำให้พระเจ้าอเล็กซานเดอร์ต้องผิดหวังเลย เพราะเขาได้ฝากฝีมือการสร้างเมืองเอาไว้อย่างอลังการงานสร้างเป็นที่สุด ศิลปะที่ใช้เป็นแบบนีโอคลาสสิค เรียกได้ว่าถอดแบบมาจากเมือง St.Peterberg

อะโครโพลิส

อะโครโพลิส (Acropolis) กรีซดินแดนแห่งเทพเจ้า ใครจะไปเชื่อหากมีใครซักคนเดินมาบอกว่ากรีซนั้นมีเทพเจ้ามากกว่า 300 องค์??? นับเฉพาะเทพที่มีความสำคัญระดับต้นๆที่อาศัยอยู่บนยอดเขาโอลิมปัสก็มีถึง 12 องค์แล้ว และเมื่อเอ่ยถึงกรีซย่อมหนีไม่พ้นที่จะต้องมาเยือนสถานที่แห่งนี้ กรุงเอเธนส์ เมืองที่เป็นทั้งเมืองหลวงและเมืองสำคัญทางประวัติศาสตร์ที่มีอายุเกือบสามพันปี หากเรากล่าวถึง Acropolis หลายคนอาจจะยังมีความเข้าใจผิดว่ามันหมายถึงวิหารที่ตั้งอยู่ที่ด้านบนสุดของยอดเขาสูง เปล่าเลย เพราะวิหารสองหลังที่ตั้งอยู่ด้านบนนั้นแท้จริงแล้ว มันคือ Parthenon และ Nike มหาวิหารที่เป็นศูนย์รวมของชาวเอเธนส์ต่างหาก แล้ว Acropolis นั้นมันคืออะไรกันแน่?? เมื่อเราพูดถึง Acropolis เราจะหมายถึงบริเวณทั้งหมดที่ประกอบไปด้วยภูเขาสูงอันเป็นที่ตั้งของ Parthenon และ Nike รวมถึงโรงละครที่อยู่ต่ำลงมา อีกทั้งยังมีสวนสวยร่มรื่นที่อยู่ด้านล่างของเชิงเขา Acropolis นั้นหมายถึงจุดที่สูงสุดของเอเธนส์ที่ชาวเมืองพร้อมใจกันสร้างวิหาร Parthenon เพื่อน้อมถวายเป็นเครื่องสักการะแก่องค์เทพ The Athena เทพผู้ปกครองเอเธนส์

ทาลลินน์

ทาลลินน์ (Tallinn) เมืองหลวงของประเทศเอสโตเนีย เมืองเกิดใหม่ภายหลังจากที่สหภาพโซเวียตล่มสลาย เมืองที่ร่ำรวยไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวที่สวยงามที่ตั้งอยู่บริเวณยุโรปเหนือ ทาลลินน์ได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกเฉกเช่นเดียวกันกับริก้า และวิลนีอุสเมืองหลวงของของกลุ่มประเทศบอลติก ด้วยความที่มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนานย้อนกลับไปได้ถึงศตวรรษที่ 12 หากด้วยความสำคัญในอดีตที่ทาลลินน์เคยเป็นเมืองท่าค้าขายที่มีความเจริญสุดๆ ที่กลายเป็นดาบสองคมที่ทำให้เมืองที่งดงามแห่งนี้ต้องถูกเปลี่ยนมือไปสู่ความครอบครองของผู้อื่นมากหน้าหลายตา ไม่ว่าจะเป็นเดนมาร์ก สวีเดน และสหภาพโซเวียต ในร้ายมีดีฉันใด ความหลากหลายในวัฒนะธรรมที่ผสมผสานปนเปจนเกิดเป็นส่วนผสมที่กลมกล่อมกับทาลลินน์ฉันนั้น Medieval Old Town ของทาลลินน์นั้นแสนจะมีเสน่ห์และเราสามารถเดินสำรวจท่องเที่ยวได้แบบสบายๆไม่เหน็ดเหนื่อย ด้วยขนาดที่ไม่ได้ใหญ่โตอะไร และอาคารบ้านเรือนก็มีความงดงาม ทำให้เราได้รับความเพลิดเพลินไปจนลืมความเมื่อยล้าที่เกิดขึ้น Toompea Hill เขาหินปูนที่มีความเชื่อโบราณว่าถูกสร้างขึ้นเหนือหลุมฝังพระศพของกษัตริย์คาเรฟ (Kalev) เจ้าผู้ครองนครเอสโตเนีย จากด้านบนของยอดเขา เป็นที่ตั้งป้อมปราการที่สำคัญ Danish Castle ที่ทำหน้าที่ป้องกันเมืองมาตั้งแต่ ค.ศ.1219 ความยิ่งใหญ่ของป้อมปราการแห่งนี้สามารถบอกได้จากกำแพงใหญ่โตที่แลดูน่าเกรงขามยิ่ง ที่บริเวณทางเข้าป้อมปราการจะมีประตู Gate Tower ที่สร้างขึ้นมาเมื่อปี ค.ศ.1380

โคเปนเฮเกน (Copenhagen)

โคเปนเฮเกน (Copenhagen) เมืองหลวงของประเทศเดนมาร์ก เป็นเมืองใหญ่ถึงใหญ่มากมีประชากรประมาณหนึ่งล้านหกแสนคน ตั้งอยู่ริมทะเลทางฝั่งตะวันออกของเกาะ Zealand สำหรับคนบางคน การท่องเที่ยวเมืองใหญ่เยี่ยงนี้เป็นเรื่องน่าปวดหัว เพราะด้วยขนาดที่ใหญ่โต และความวุ่นวายของความเป็นเมือง จึงมักจะทำให้หลายคนเบือนหน้าหนี แต่หากท่านมีโอกาสซักครั้งที่จะมาเยือนสถานที่แห่งนี้ ท่านจะต้องติดใจในการผสมผสานความเป็นเทพนิยายกับสถาปัตยกรรมแบบร๊อคโคโคที่ทันสมัยที่เข้ากันได้อย่างกลมกล่อม หากคืนหนึ่งเมื่อเข้านอนตอนดึก แล้วตื่นขึ้นมาพบว่าตนเองนั้นเดินทางข้ามกาลเวลากลับไปสู่ศตวรรษที่ 10 ตอนปลาย ณ สถานที่เดียวกันนี้ เมืองริมทะเลที่มีประชากรเพียงแค่หยิบมือที่ทำมาหาเลี้ยงชีพด้วยการออกเรือหาปลา ที่บนชายฝั่ง มีฝูงวัวยืนแทะเล็มหญ้าสีเขียวขจีอย่างมีความสุข แต่เมื่อกาลเวลาผันเปลี่ยนไปเพียงแค่ห้าศตวรรษ โคเปนเฮเกนได้ถือกำเนิดขึ้นมาอย่างเต็มตัว มันกลายเป็นท่าเรือที่พลุกพล่าน มีเรือน้อยใหญ่ที่มุ่งหน้าเข้ามาค้าขายกับชาวเดนมาร์คจากทั่วทุกมุมโลก ประชากรเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ความเจริญกระจายไปอยู่ทุกแห่งหน เศรษฐกิจพุ่งทะยานไปข้างหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง ฝูงวัวที่เคยยืนแทะเล็มหญ้าอย่างมีความสุข ต้องหลีกทางให้เหล่าพ่อค้าวานิชที่นำสินค้าของตนมาแลกเปลี่ยน แต่ชะตากรรมของโคเปนเฮเกนก็มิได้แตกต่างไปจากเมืองใหญ่อื่นๆของยุโรป ที่หลีกหนีความจริงไปไม่พ้น ศตวรรษที่ 18 โคเปนเฮเกนต้องประสบเคราะห์กรรมจากกาฬโรคๆร้ายที่ติดมาจากเรือพ่อค้าชาวเอเชีย ที่พรากเอาชีวิตชาวยุโรปไปมากกว่าครึ่ง ไม่ใช่เฉพาะที่โคเปนเฮเกนแห่งนี้ให้ตายตกไปตามกัน ซ้ำร้ายเมื่อกาฬโรคหมดไป โคเปนเฮเกนยังโดนไฟไหม้ครั้งใหญ่ที่เผาผลาญเมืองทั้งเมืองให้ราบพนาสูญ

ลิสบอน

ลิสบอน (Lisbon) โปรตุเกส ประเทศที่ตั้งอยู่ทิศตะวันตกเฉียงใต้ของทวีปยุโรป และมีมหาสมุทรแอตแลนติกเป็นเพื่อนบ้าน จึงทำให้มีสภาพภูมิอากาศที่อบอุ่นกว่าประเทศยุโรปอื่นๆที่มักจะต้องเผชิญกับอากาศที่เลวร้ายเมื่อหน้าหนาวมาเยือน หากมีโอกาสได้ผ่านมาโปรตุเกสซักครั้ง ท่านอาจจะตกหลุมรักประเทศเล็กๆเรียบๆที่มีประชากรร่วมๆสิบเอ็ดล้านคนที่ตั้งอยู่ปลายสุดของทวีปยุโรปได้อย่างง่ายดาย เพราะเสน่ห์ของโปรตุเกสนั้นไม่ได้อยู่ที่ขนาดของประเทศ ไม่ได้อยู่ที่ความเก่าแก่ของสถาปัตยกรรม ไม่ได้อยู่ที่จำนวนของแหล่งท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียง แต่ เธอเป็นประเทศที่มีมีสิ่งละอันพันละน้อยอยู่กระจัดกระจายทั่วทั้งแผ่นดิน จนเรียกได้ว่าครบถ้วนกระบวนความ เมืองหลวงเก๋ๆอย่างลิสบอนที่มีความเซ็กส์ซี่ในตัวของมันเอง เพราะตัวเมืองถูกสร้างขึ้นให้อยู่บนเนินเขาทั้งเจ็ด มีแม่น้ำทากุสประดับเป็นฉากหน้า วิ่งตามจินตนาการว่ามันจะดื่มด่ำเพียงใดหากได้ขึ้นไปยลโฉมความงามจากด้านบนของตัวเมืองโดยอาศัยลิฟต์ตัวแรกของโลกที่ยังคงเปิดบริการให้นักท่องเที่ยวได้ขึ้นไปรับประสบการณ์เฉกเช่นเดียวกับชาวเมืองดังเช่นเมื่ออดีตกาล มองผ่านแม่น้ำทากุสไหลต่อลงไปยังปากอ่าว และเมื่อมันต้องแสงกระทบจากดวงตะวันจนเกิดเป็นพื้นน้ำสีทองสะท้อนเรืองรองแวววับเหนืออ่าวกว้างที่อยู่เบื้องหน้า เป็นความงามที่ยากจะลบเลือนประดุจภาพวาดจากปลายเส้นแปรงของศิลปินชื่อดังก็ไม่ปาน ถนนสาย Rua Porta San Antonio ยามค่ำคืนนั้นกลับมามีชีวิตชีวายิ่งเสียกว่ายามพระอาทิตย์เปล่งแสงเจิดจ้า หากท่านกำลังมองหาสถานที่สำหรับดื่มกินที่มีระดับ ท่านมาถูกที่ถูกเวลาแล้ว ณ ที่ริมชายทะเลในอาณาเขตของ Belem มีสถานที่ท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงที่สุดของลิสบอนสองแห่งที่ตั้งอยู่เคียงกัน Prdrao dos Descobrimentos หรืออนุสาวรีย์แห่งการค้นพบ รูปปั้นรูปหัวเรือสีขาวบริสุทธิ รายล้อมไปด้วยเหล่าบรรดาผู้หาญกล้าที่จะออกไปท้าทายโชคชะตา เผชิญภัยกับท้องทะเลอันกว้างใหญ่

NY-ALESUND

การไปเยือนขั้วโลกเหนือให้ได้ซักครั้งในชีวิต คงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ยากเต็มทนแม้กระทั่งสำหรับนักเดินทางตัวกลั่นที่มีโอกาสเดินทางไปทั่วโลก แต่การเข้าใกล้ขั้วโลกเหนือให้ได้มากที่สุด เพื่อสัมผัสกับกลิ่นอายของมัน เราสามารถทำได้แล้วในปัจจุบัน แต่หากเพียงแค่ย้อนหลังเวลาไปไม่ถึงสิบปี มันช่างเป็นเรื่องไกลเกินเอื้อมเสียเหลือเกิน NyAlesund ชุมชนเล็กกระจิ๊ดริ๊ดที่ตั้งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะ Svalbard ใกล้ขั้วโลกเหนือมากที่สุดกับจำนวนประชากรเพียงแค่ 30 คน ชุมชนที่ในอดีตไม่มีใครให้ความสนใจแม้แต่จะชายตามอง อันเนื่องมาจากความยาดลำบากของการเข้าถึง หากจะมีใครซักคนให้ความสนใจมันอย่างจริงจัง ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากนักวิทยาศาสตร์ที่ต้องการศึกษาความเปลี่ยนแปลงของขั้วโลกอย่างใกล้ชิดนั่นเอง ด้วยความดิบของสถานที่ ปราศจากสิ่งรบกวนใดๆ จากภายนอกที่ยังไม่มีโอกาสแม้แต่จะย่างกรายเข้าใกล้ จึงทำให้มันมีความหอมหวนในชื่อเสียงของความงามแบบไร้สิ่งปรุงแต่ง แหล่งท่องเที่ยวสำหรับนักผจญภัยที่ไม่ต้องการพึ่งพาความสะดวกสบายทั้งปวง นอกจากนี้ ยังเป็นสถานที่ๆ เราสามารถใช้เวลาในการเฝ้าดูสัตว์ขั้วโลกอย่างหมีขาวได้อย่างเต็มตา ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้รับอนุญาตให้ออกตามหาหมีขาวก็ตามที แต่การเดินไปตามถนนโรยกรวดที่ลัดเลาะอยู่ริมชายฝั่งทะเล กับโอกาสที่จะได้พบหมีขั้วโลก ย่อมเป็นเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นได้ทุกเมื่อเชื่อวัน แล้วใครจะไปเชื่อว่า แม้กระทั่งหมู่บ้านที่ตั้งอยู่ใจกลางเมือง ผู้คนก็สามารถที่จะพบเห็นหมีขาวออกมาเดินอวดโฉมให้ต้องตะลึงกันมาแล้ว เพราะฉะนั้นจึงไม่เป็นเรื่องที่เกินเลยจนเกินไป หากจะกล่าวว่า การมาเดินเที่ยวที่ NY-ALESUND ก็เสมือนการเดินอยู่ในสนามหลังบ้านของหมีขั้วโลกนั่นเอง นับเป็นประสบการณ์ที่ยากจะพบเจอได้จากที่ใดๆบนโลกเล็กๆ ใบนี้ และหากว่าเรามีเวลามากพอ

สตอกโฮล์ม

สตอกโฮล์ม (Stockholm) เมืองหลวงของประเทศสวีเดน เป็นเมืองใหญ่ที่น่าเที่ยวที่สุดเมืองหนึ่งของยุโรปเลยทีเดียว ปกติเมืองใหญ่เยี่ยงนี้ หลายคนมักจะไม่ค่อยถูกโรคด้วย เพราะความวุ่นวาย จอแจของผู้คน แต่ต้องขอบอกไว้เสียแต่ตอนนี้เลยว่าสตอกโฮล์มนั้นจะเปลี่ยนทัศนคติของคุณเกี่ยวกับเมืองใหญ่ไปตลอดกาล สตอกโฮล์มเป็นเมืองที่มีความน่าสนใจเพราะมันมีทั้งประวัติศาสตร์ที่ยาวนานและแถมยังน่าตื่นเต้นหวาดเสียวเจือปน อีกทั้งความงดงามของเมืองที่ตั้งอยู่บนเกาะทั้ง 14 เกาะ ล้อมรอบด้วยทะเลบอลติก ที่กว้างใหญ่ ใช่แล้วครับ..สตอกโฮล์มนั้นไม่ใช่มีเฉพาะแผ่นดินใหญ่เท่านั้น หากแต่ประกอบไปด้วยเกาะเล็กเกาะน้อยเชื่อมต่อกันเป็นโครงข่ายของเมือง ชื่อเมือง Stockholm นั้นก็มีความหมายเช่นกัน ไม่ใช่กษัตริย์นึกอย่างจะตั้งชื่อเมืองว่าอะไรก็เรียกไปเรื่อยเปื่อย หากแต่ว่ามันมีความหมายที่ลึกซึ้งซ่อนอยู่ Stockholm นั้นเป็นคำเชื่อมของคำสองคำคือคำว่า Stock และ Holm คำว่า Stock นั้นหมายถึงต้นซุง ส่วนคำว่า Holm แปลว่าเกาะเล็กๆ เมื่อเราเอาคำสองคำนี่มารวมกันก็จะได้ความหมายของคำว่า เกาะต้นซุง เฉพาะชื่อเมืองก็สนุกแล้วหล่ะซิ แต่มันยังมีที่มาที่ไปอยู่อีก คือหากย้อนเวลากลับไปสู่ศตวรรษที่ 11 ซึ่งในขณะนั้นสตอกโฮล์มยังไม่มีตัวตน